วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560

นับถอยหลัง 1 กรกฎาคม 2017!!!

สวัสดีจร้าาา คอลัมน์ VisaTalk by CPSydney ประจำเดือนมิถุนายนกลับมารายงานตัวแล้วครับผม!! ทุกคนคงจำกันได้ที่รัฐบาลน้าค่อม และอิมมิเกรชั่นได้ออกมาประกาศเปลี่ยนแปลงวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ (Temporary Work (Skilled) Visa subclass 457) และการขอ PR ผ่านทางวีซ่าดังกล่าว (ENS Visa subclass 186 และ RSMS Visa subclass 187) ในช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง และจะเริ่มทยอยเปลี่ยนแปลงในช่วงไหน...วันนี้น้าหนวดก็อยากจะมาย้ำเตือนกันอีกครั้ง เพราะวันที่ 1 กรกฎาคมนี้กฎและรายละเอียดเงื่อนไขข้อบังคับใหม่ต่างๆก็จะเริ่มมีผลบังคับใช้กันแล้วนะครับ

นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางอิมฯก็ได้ออกมาประกาศ "ขึ้น" ค่าวีซ่าออสเตรเลียต่างๆอีกด้วย เรียกได้ว่า 3 เดือนที่ผ่านมาไล่มาตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤษภาคมนี่ก็ขยันประกาศกันจังเลย (เอาเวลาไปพิจารณาวีซ่า และ grant ดีกว่าไหม555) แต่ทุกคนไม่ต้องตกใจไปนะครับ น้าหนวดไปแอบดูมาให้แล้ว "รอบนี้ราคาขึ้นไม่เยอะ" แบบว่าปรับผังนิดหน่อยน่ารักน่าชัง ขึ้นเป็นพิธีพอเป็นกระษัยเท่านั้น เดี๋ยวยังไงกดลิงค์ที่แปะไว้ให้ได้เลยครับว่าเป็นเหมือนที่น้าหนวดบอกไว้รึป่าว https://www.border.gov.au/ReportsandPublications/Documents/budget/visa-price-increase-fact-sheet-2017-18.pdf หรือถ้าใครมักน้อย ขี้เกียจกดเข้าไปดู ก็ดูตารางด้านล่างที่น้าหนวดสรุปให้ได้เลยนะ น้ามีสรุปไว้ให้สำหรับวีซ่าที่คิดว่าเป็นที่นิยมและเกี่ยวข้องกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนไทย (น่ารักเนอะ555)

SUBCLASS
SUBCLASS NAME
CURRENT PRICE (AUD)
NEW PRICE (AUD) after 1st July 2017
600
Visitor
135
140
600
Visitor – Tourist inside Australia
340
345
485
Temporary Graduate
1,470
1,500
500
Student Visa
550
560
590
Student Guardian Visa
550
560
457
Temporary Work (Skilled)
1,060
1,080
100
Partner
6,865
7,000
101
Child
2,370
2,415
103
Parent
3,870
3,945
300
Prospective Marriage
6,865
7,000
445
Dependent Child
2,370
2,415
801
Partner
6,865
7,000
801
Partner – Transitional visa holder
410
420
801
Partner
1,450
1,480
801
Partner – Prospective Marriage
1,145
1,170
20
Bridging B
140
145
**หมายเหตุ ราคาวีซ่าดังกล่าวยังไม่รวม credit card surcharge (ประมาณ 2%) ที่เรียกเก็บจากทางอิมฯนะครับ

ย้อนกลับมาที่กฎหรือเงื่อนไขต่างๆสำหรับการยื่นวีซ่า 457 และวีซ่า 186 หรือ 187 ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 ที่จะถึงนี้ ตามที่ได้จั่วหัวไว้ต้นเรื่องกันต่อเลย การเปลี่ยนแปลงต่างๆก็จะมีดังนี้ครับ
การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎามคม 2017 สำหรับคนที่จะยื่นวีซ่า 457
  1. ลิสต์อาชีพทั้ง STSOL และ MLTSSL จะถูก review เป็นครั้งแรก
  2. ยกเลิก English Requirement Exemption สำหรับคนที่ได้ค่าแรงตั้งแต่ AUD$96,400/ปี
  3. Training benchmarks สำหรับนายจ้างอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2017
  4. ต้องมีเอกสารพวก Penal Clearance หรือ Police Check
การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎามคม 2017 สำหรับคนที่จะยื่นวีซ่า 186 หรือ 187
  1. ลิสต์อาชีพทั้ง STSOL และ MLTSSL จะถูก review เป็นครั้งแรก
  2. English language requirement ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 6.0 ทุก band
  3. Age อายุสูงสุดสำหรับคนที่จะยื่นแบบ Direct Entry stream จะต้องไม่เกิน 45 ปี แต่สำหรับการยื่นแบบ Temporary Residence Transition stream ยังสามารถมีอายุไม่เกิน 50 ปี ณ วันที่สมัครได้ตามเดิม
นี่ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวีซ่า 457 และวีซ่า 186 หรือ 187 ที่กำลังจะเกิดขึ้นตั้งแต่จากวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 ที่จะถึงนี้ตามการประกาศในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานะครับ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมีแผนว่าจะยื่นวีซ่าดังกล่าวก็แนะนำว่าให้รีบๆยื่นกันซะนะครับ อย่ารอจนนาทีสุดท้ายเดี๋ยวมันจะไม่ทันเอา นี่ยังไม่ได้นับรวมถึงค่าวีซ่าที่จะขึ้นในวันเดียวกันอีกนะครับ

สำหรับใครที่อยากย้อนกลับไปอ่านเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของวีซ่า 457 และวีซ่า 186 หรือ 187 ฉบับเต็ม ก็สามารถคลิกลิงค์นี้ได้เลยครับ https://visatalkbycpsydney.blogspot.com.au/2017/04/ จะได้เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะว่าประกาศดังกล่าวได้ถูกกำหนดเวลาของการเปลี่ยนแปลงต่างๆจากทางรัฐบาลน้าค่อม และอิมฯไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจร้าาา

ทิ้งท้ายฉบับนี้ด้วยงานสัมมนาดีๆที่เราจะจัดขึ้น "ฟรี" ในเดือนกรกฎาคมให้กับผู้ที่สนใจเข้าร่วมได้มาเข้ารับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์กันนะครับ กับงาน "CP Sydney Skilled Migration Seminar 2017" โดยจะเป็นงานสัมมนาที่จัดขึ้นเพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าทักษะต่างๆภายหลังประกาศการเปลี่ยนแปลงทุกวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีจากทางรัฐบาลหรืออิมฯ อาทิเช่น จะมีอาชีพไหนอีกไหมที่จะหลุดออกจากลิสต์ของการขอวีซ่า 457 และการทำ PR หรือว่าปีนี้มีโควตาในการยื่น PR กี่คนผ่านทางอาชีพนักบัญชี ฯลฯ!!! สำหรับหัวข้อของงานสัมมนาต่างๆก็สามารถดูรายละเอียดตามรูปด้านล่างได้เลยจร้าาา
ในปีนี้เราจะจัดงานสัมมนาในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2017 ณ Training Room 1, G Floor, Labour Council Bldg., 377-383 Sussex Street, Sydney, NSW 2000...หากน้องๆเพื่อนๆสนใจงานสัมมนาฟรีดังกล่าวก็สามารถโทรมาสำรองที่นั่งล่วงหน้ากันได้ที่ 02 9267 8522 ได้เลยนะครับ หรือว่าจะกดไลค์แล้วทักแชทเข้ามาที่ CP Sydney Facebook Page https://www.facebook.com/cpsyd/ โดยรบกวนแจ้งชื่อในการจองสัมมนา เบอร์โทรติดต่อกลับ และจำนวนผู้เข้าร่วมให้หน่อยนะครับ...งานสัมมนานี้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้เต็มที่ 40 คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจองก่อนได้ก่อน และได้สิทธิพิเศษต่างๆสำหรับผู้เข้าร่วมตามที่ระบุไว้ในรูปข้างบนด้วยนะจ๊ะ

สุดท้ายท้ายสุดของฉบับนี้ละจริงๆครับ...น้าหนวดขอฝากโปรโมชั่นทุนการศึกษาดีๆจากทาง CP Sydney office ไว้หน่อยละกัน ทุนการศึกษามูลค่าสูงสุด AUD$700 และสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับ SYD - BKK จาก CP Sydney office สำหรับน้องๆพี่ๆเพื่อนๆที่สมัครเรียนในระดับปริญญาตรีขึ้นไปกับสถาบันในออสเตรเลียผ่านทาง CP Sydney office ของเรา
สามารถสมัครเรียนเพื่อรับทุนการศึกษาและสิทธิ์ในการจับฉลากลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับจากทาง CP Sydney office ได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2017 จร้าาา!!! สำหรับฉบับนี้น้าหนวดก็ขอลาไปก่อน แล้วยังไงก็เจอกันใหม่ในฉบับหน้าไม่ช้าก็เร็วนะจ๊ะ 😜
#น้าหนวด
#ด้วยความปรารถนาดีจากCPSydney

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Central Queensland University (CQUniversity)

หลังจากที่ฉบับล่าสุด น้าหนวดได้เขียนสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของประกาศต่างๆ (ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิก 457, เปลี่ยนแปลงลิสต์อาชีพที่สามารถยื่นขอ PR ได้, และการยื่นขอ Australian Citizenship) ที่น้าค่อม (Malcolm TURNBULL) และอิมมิเกรชั่นได้ประกาศออกมาเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาให้เราได้ขวัญเสียกันเล่นไปสดๆร้อนๆ...สำหรับใครที่อยากอ่านบทความย้อนหลังของน้าหนวดก็สามารถคลิกลิงค์ที่ให้ไว้ได้เลยนะครับ https://visatalkbycpsydney.blogspot.com.au/ จะมีไล่มาตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เพิ่งประกาศไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเลยจร้าาา พอกดขึ้นมาจะเห็นแค่ 3 ฉบับล่าสุดเท่านั้นนะครับ ถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมของเก่าเก็บที่เคยเขียนไว้ก็สามารถเลื่อนลงมาข้างล่างจนถึงหัวข้อ "คลังบทความของบล็อก" ได้เลยครับ

หลังจากที่เครียด วิตกกังวลกันมาเป็นเดือนๆ จากเรื่องการเปลี่ยนแปลงวีซ่าที่เกิดขึ้น...วันนี้น้าหนวดก็จะขอเปลี่ยนบรรยากาศให้มันเข้ากับหน้าหนาวในซิดนีย์แบบ ลมพัดเย็นดี ชิวๆ ด้วยการแนะนำสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียบ้างดีกว่า จะได้ไม่เครียดกันจนเกินไป แค่ต้องมานั่งเรียน นั่งทำงานงกๆ ส่งเงินกลับไทยก็เก๊กซิมกันจะตายอยู่แล้ว นี่ถ้าต้องมานั่งเครียดเรื่องวีซ่าทุกวี่ทุกวันอีก...นี่ไมเกรนขึ้น เส้นเลือดในสมองแตกตายกันพอดีเนอะ โดยวันนี้จะมาพูดถึงมหาวิทยาลัยมีชื่ออาจจะไม่ได้ดังเหมือนมหาวิทยาลัย GROUP OF EIGHT ของออสเตรเลีย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. ในบ้านเรา แถมยังมี campus มากกว่า 10 แห่งทั่วประเทศออสเตรเลีย และที่สำคัญราคาไม่แพงมากด้วยครับถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ

เขียนมาขนาดนี้ไม่รู้ว่าน้องๆเพื่อนๆจะพอเดากันได้รึยังว่า น้าหนวดจะเขียนถึงมหาวิทยาลัยไหน...ถูกต้องละคร้าบบบ!! วันนี้เราจะมาพูดถึง Central Queensland University (CQUniversity) นั่นเอง เอาเป็นว่ามหา'ลัยนี้ดีอย่างไร ก็ลองอ่านกันเลยละกันจะได้ไม่เสียเวลา เวลามีน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัดครับ
พูดกันแบบสไตล์คนไทยบ้านเรา แบบความคิดของผู้ใหญ่รุ่นพ่อรุ่นแม่...อันดับแรกๆที่เป็นปัจจัยในการเรียนต่อก็คงไม่พ้นของเชื่อเสียงของสถาบัน แบบว่ามหา'ลัยนี้ดีไหม ดังหรือเป็นที่รู้จักที่ไทยรึป่าว เอาเป็นว่าน้าจะไม่พูดอะไรมากให้ภาพเล่าเรื่องแทนละกัน
หลักๆเลยก็คือ เป็นมหา’ลัยที่ติดอยู่ใน Top 2% จากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลก และยังถูกจัดให้เป็น 1 ในมหา’ลัยที่ดีที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีอายุไม่เกิน 50 ปีอีกด้วย นอกจากจะมีชื่อเสียงชั้นยอดและคุณภาพชั้นเยี่ยมแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังมี campus กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่งในออสเตรเลียถึง 12 แห่งด้วยกัน ได้แก่
· Adelaide
· Melbourne
· Brisbane
· Noosa
· Bundaberg
· Perth
· Cairns
· Rockhampton (North and City)
· Gladstone
· Sydney
· Mackay (Ooralea andCity)
· Townsville

คุณภาพดี ชื่อเสียงได้ สถานที่ให้เรียนก็หลากหลาย แล้วคุณหลวงของบ่าวยังจะต้องการอะไรจากอีช้อยอีกหล่ะเจ้าคะ??555 ว่ากันด้วยเรื่องหลักสูตรของมหาวิทยาลัยก็มีให้เรียนมากมายหลายหลากทั้งสายบริหารการจัดการ สายสุขภาพ วิทยาศาสตร์ วิศวกร ทาง CQUniversity เขาก็จัดให้ได้หมด แม้แต่หลักสูตรเฉพาะทางอย่างพวก Service Industries และ Transport and Safety Sciences ก็มีนะเออ และที่สำคัญหลักสูตรต่างๆที่ว่ามาเนี่ยะได้รับการรับรอง หรือเป็น accredited course จากทางทางหน่วยงานต่างๆอีกด้วย เพราะฉะนั้นน้องๆหนูๆสามารถนำวุฒิที่ได้จากทางสถาบันไปใช้ในการทำ skill assessment สำหรับคนที่ต้องการจะยื่นขอ PR ในสาขาอาชีพต่างๆได้อย่างแน่นวลลล

คราวนี้ก็มาว่ากันที่ค่าสินสอดทองหมั้นสำหรับการเรียนกันบ้าง...เอาจริงๆค่าเทอมของ CQUniversity ก็ถือว่าสมเหตุสมผล ไม่ถูกไม่แพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับมหา’ลัยชั้นนำอื่นๆในออสเตรเลียที่อยู่ในระดับ Top 2% ของอันดับมหาวิทยาลัยโลกเหมือนกันด้วยแล้ว ก็ถือได้ว่า OK มั่กๆ นอกจากนี้ทางมหา’ลัยยังมีทุนการศึกษา Vice-Chancellor’s Scholarship ที่ครอบคลุม 20% ของค่าเทอมทั้งหมดให้กับนักเรียนต่างชาติทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทอีกด้วยนะครับ

อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆก็คือ "โปรแกรมฝึกงาน หรือ Internships and Placements" ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็สามารถให้ความช่วยเหลือสำหรับน้องๆนักเรียนที่สนใจที่อยากจะได้ประสบการณ์ตรงจากการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อสร้างโอกาส และสร้าง connections เพื่อเป็นการเปิดโอกาสในการทำงานให้กับตัวเองในอนาคตได้อีกด้วยนะ ซึ่งโปรแกรมฝึกงานดังกล่าวเป็นโปรแกรมพิเศษที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดขึ้นให้กับนักเรียนของสถาบันโดยเฉพาะ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม และยังนับเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนอีกด้วย เรื่องรองสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ เครือข่าย หรือ Connection ของมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า CQUniversity นี่เขาก็ Worldwide มากๆ ไม่ว่าจะเป็น connection กับผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของโลกอย่างประเทศจีน หรือผู้นำทางด้าน IT อย่างอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลกต่างก็ยอมรับในคุณภาพของ Central Queensland University รวมถึงประเทศไทยของเราเอง CQUiversity ก็ได้รับการยอมรับและการรับรองคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.พ. ตามที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ตอนต้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงในเรื่องของการไม่เป็นที่ยอมรับต่างๆจากบริษัทผู้ว่าจ้างประเทศไทยอย่างแน่นอนจร้าาา

สุดท้ายละ สำหรับน้องๆที่สนใจอยากมาศึกษาต่อกับทาง CQUniversity ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยก็มีโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับน้องๆที่มีความประสงค์อยากจะเรียนภาษาอังกฤษกับทางสถาบัน ซึ่งก็จะเหมาะมากๆกับคนที่ต้องการฝึกภาษาจริงๆ หรือเรียนเพื่อเตรียมไว้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย!! คือตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยมีโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับคอร์สภาษาอังกฤษด้วยสนนราคาเพียง AUD$260/week เท่านั้นสำหรับน้องๆนักเรียนคนไทย เพราะฉะนั้นหากน้องๆเพื่อนๆคนไหนกำลังมองหาหลักสูตรการเรียนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในออสเตรเลีย ก็ลองพิจารณา Central Queensland University (CQUniversity) ไว้ในอ้อมใจกันดูนะครับ คุณภาพก็ดี ชื่อเสียงก็ได้ สถานที่เรียนและหลักสูตรก็มีให้เรียนอย่างหลากหลาย ทุนการศึกษาและโปรแกรมการฝึกงานก็มีให้ แถมยังได้การรับรองจาก ก.พ. ในบ้านเราอีกด้วย

หากน้องๆเพื่อนๆมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับ Central Queensland University ก็สามารถเข้าไปที่เวบไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรงด้วยตัวเองได้ที่ https://www.cqu.edu.au/ หรือถ้าอยากจะสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียน และวีซ่าต่างๆในประเทศออสเตรเลีย ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของ CP Sydney office ได้ที่ Facebook Page: www.facebook.com/cpsyd หรือจะโทรมาที่ (+61) 2 9267 8522 ก็ได้นะครับ

ทิ้งท้ายสุดๆสำหรับฉบับนี้ด้วยแง่คิดส่วนตัวของน้าหนวดหน่อยละกัน คือ เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของวีซ่ามันอาจจะกระทบกับหลายๆคนที่ตั้งความหวังไว้กับการทำ PR แต่อยากให้มองว่า PR ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ลองตั้งสติเหมือนที่เมนเทอร์มาช่าบอก และมองรอบตัวดีๆ เราอาจจะเห็นว่ายังมีอะไรสำคัญกว่านั้นเยอะ และมันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ตอนนี้เราอยู่ในบ้านเมืองของเขาก็ต้องว่าไปตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เขาวางไว้  อยากได้อยากมีก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป นะฮ๊าฟฟฟ แต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตไม่เหมือนกัน สู้ต่อไปครับทุกคน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้...
#น้าหนวด

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

เมื่อน้าค่อม (Malcolm TURNBULL) เขาอยากจะเปลี่ยนแปลง..เดือนเมษายนก็เลยไม่หรรษาอย่างที่ควรจะเป็น

คอลัมน์ Visa Talk by CPSydney ของน้าหนวด ฉบับเดือนเมษายนมาแล้วจร้าาา!! ขอโทษด้วยจริงๆที่ฉบับมาช้าไปหน่อย เล่นมาเอาวันสุดท้ายของเดือนเลย แต่ยังไงก็หวังว่าจะไม่ช้าเกินไปนะจ๊ะ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า จากที่สิ้นเดือนที่แล้ววีซ่านักเรียนก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยที่ Country risk rating ของประเทศไทยของเราได้ตกลงไปอยู่อันดับ 3 เรียบร้อยโรงเรียนอิมฯ ตามที่ได้ทราบกันไปก่อนหน้านี้ พอข้ามมาเดือนเมษายนได้ไม่ทันไร รัฐบาลน้าค่อม (Malcolm TURNBULL) และชาวคณะ รวมถึงอิมมิเกรชั่นของเราก็ได้แสดงอภินิหารออกมาอีกครั้ง ด้วยการประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับวีซ่า 457, ขั้นตอนการยื่น PR ผ่านทาง ENS และ RSMS, และการขอ Australian Citizenship ให้เราได้แตกตื่นกันเล่น จนทำให้ข่าวที่เกาหลีเหนือจะยิงนิวเคลียร์ใส่ออสเตรเลียนี่ตกกระแสสำหรับเราไปเลยเดียว อย่างที่บอกว่าฉบับนี้อาจจะช้าไปหน่อย แต่ยังไงวันนี้น้าหนวดก็จะมาสรุปให้อ่านกันอีกครั้ง ถึงการกระทำอันอุกอาจของน้าค่อม และชาวคณะที่ไม่ได้เกรงใจคนไทยอย่างเราๆกันบ้างเลย โดยสรุปในวันนี้จะอิงกับประกาศ Fact Sheet ต่างๆ และเอกสารที่ออกมาจากทางอิมฯเท่านั้น น้าหนวดจะยังไม่ขออาจหาญแสดงแสนยานุภาพออกความเห็นใดๆเพิ่มเติม ณ จุดๆนี้นะครับ เพราะถึงแม้ว่ายังจะมีหลายจุดที่ยังค่อนข้างคลุมเครือ แต่ก็ขอเออออห่อหมกไปกับทางรัฐบาลไปก่อน เผื่อเขาจะเอ็นดูและเห็นใจในความตะมุตะมิของเรานะครับ

แจ้งเพิ่มเติมนิดนึง สำหรับคนที่พลาดการอ่านบทความเกี่ยวกับการตกลงไปเป็น Country risk rating อันดับ 3 ของประเทศไทย ก็สามารถหาอ่านย้อนหลังได้ที่ https://visatalkbycpsydney.blogspot.com.au/2017/03/ssvf-immigration-risk-rating-review.html ได้เลยนะครับ

เอาละนะ เริ่มเลยละกัน!!!


บ่ายอ่อนๆของวันอังคารที่ 18 เมษายน 2017 อันสดใส ทันใดโลกของคนต่างชาติในออสเตรเลียก็พลันมืดลงในบัดดล เมื่อมีประกาศออกมาจากน้าค่อมคนดีผ่านทาง immigration website ว่าจะยกเลิกวีซ่า 457 แล้วแทนที่ด้วย TEMPORARY SKILL SHORTAGE (TSS) โดยได้บอกประมาณว่าจะค่อยๆมีการเปลี่ยนแปลงทีละนิด แต่ก็ไม่วายทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกเบ้อเริ่มด้วยการทิ้งท้ายว่าจะอัพเดทลิสต์อาชีพพร้อมชื่อเรียกใหม่ในวันพุธที่ 19 เมษายน 2017 ให้คนได้ติดตามกันเล่นๆ

ในที่สุดลิสต์อาชีพพร้อมชื่อเรียกตัวใหม่ก็ได้ปรากฎสู่สาธารณชนในวันถัดมา พอเห็นลิสต์เท่านั้นแหล่ะ อลหม่านบ้านทรายทองให้สตรองต่อไปคงไม่ไหว เพราะเล่นประกาศออกมาอย่างเดียวไม่พอ น้าค่อมดันบอกว่า “ลิสต์นี้จะมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันพุธที่ 19 เมษายน 2017 เป็นต้นไป” พร้อมแนบ Fact Sheet ตามออกมาด้วยอีก 2 อัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ

FACT SHEET 1 สำหรับคนที่กำลังจะยื่นวีซ่า 457 และคนที่ยื่นไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ผลของวีซ่า สำหรับคนที่ถือวีซ่า 457 อยู่แล้วจะไม่มีผลกระทบอะไรจาก Fact Sheet ตัวนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน (ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2017)
    • ลิสต์อาชีพสำหรับการทำวีซ่า 457 ถูกตัดออกไปทั้งหมด 216 อาชีพ
    • Consolidated Sponsored Occupation List (CSOL) หรือที่รู้จักกันว่าเป็นลิสต์อาชีพสำหรับการทำ 457 จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Short-term Skilled Occupations List (STSOL) และจะมีการ review และ update ทุกๆ 6 เดือน
    • Skilled Occupations List (SOL) หรือที่รู้จักกันว่าเป็นลิสต์อาชีพที่สามารถยื่นขอ PR ได้ด้วยตัวเอง จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Medium and Long-term Strategic Skills List (MLTSSL)
    • ระยะเวลาของวีซ่า 457 ที่จะได้หลังจากวันที่ 19 เมษายน 2017 สำหรับอาชีพในลิสต์ STSOL จะได้วีซ่าแค่เพียง 2 ปี ในขณะที่ MLTSSL จะได้วีซ่าสูงสุด 4 ปี
  2. การเปลี่ยนแปลงในเดือนกรกฎาคม 2017 (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2017)
    • ลิสต์อาชีพทั้ง STSOL และ MLTSSL จะถูก review เป็นครั้งแรก
    • ยกเลิก English Requirement Exemption สำหรับคนที่ได้ค่าแรงตั้งแต่ AUD$96,400/ปี
    • Training benchmarks สำหรับนายจ้างอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2017
    • ต้องมีเอกสารพวก Penal Clearance หรือ Police Check
  3. การเปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม 2017 (ภายในเดือนธันวาคม 2017 ก่อนวันที่ 31)
    • คนที่ถือวีซ่า 457 จะต้องแจ้ง Tax File Number (TFN) ให้กับทางอิมมิเกรชั่น (DIBP)  แล้วจะมีการลิงค์ข้อมูลกับ Australian Tax Office (ATO) เพื่อดูว่าลูกจ้างได้รับค่าแรงตรงกับที่แจ้งไว้ในขั้น nomination ของการทำ 457 หรือเปล่า
    • DIBP จะมีการประกาศชื่อบริษัทที่ไม่ผ่านเงื่อนไขข้อบังคับต่างๆภายใต้ Migration Regulation 1994 และกฏหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  4. การเปลี่ยนแปลงในเดือนมีนาคม 2018 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 (น่าจะเป็นวันที่ 18 ตามประกาศจาก website ของอิมมิเกรชั่น) จะไม่มีวีซ่า 457 อีกต่อไป จะใช้ชื่อเรียกใหม่ว่า “TSS Visa” ซึ่งก็จะประกอบด้วยตัว Short-Term stream ได้วีซ่า 2 ปี และ Medium-Term Stream ได้วีซ่า 4 ปี
    • เงื่อนไขของ Short-Term Stream Visa
      • สามารถต่อวีซ่าตัวนี้ได้อีกเพียงแค่ “ครั้งเดียว” เท่านั้น ในขณะที่ยังอยู่ในออสเตรเลีย
      • ต้องเป็นอาชีพในลิสต์ STSOL และเพิ่มเติมพวกอาชีพที่อยู่ในกลุ่มของ regional area
      • English language requirement ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS 5.0 โดยที่แต่ละ band จะต้องไม่ต่ำกว่า 4.5 หรือเทียบเท่า
      • Genuine Temporary Entrant requirement (GTE) คืออารมณ์เหมือนเอกสารที่พิสูจน์ว่าเรามีความจำเป็นต่อองค์กร และทำงานในตำแหน่งนั้นจริงๆอะไรทำนองนี้
    • เงื่อนไขของ Medium-Term Stream Visa
      • สามารถต่อวีซ่าได้ขณะที่ยังอยู่ในประเทศออสเตรเลีย และสามารถยื่นขอ PR ได้ในอนาคตหลังจากที่ถือวีซ่าตัวนี้เป็นเวลา 3 ปี
      • ต้องเป็นอาชีพในลิสต์ MLTSSL และเพิ่มเติมพวกอาชีพที่อยู่ในกลุ่มของ regional area
      • English language requirement ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.0 ทุก band หรือเทียบเท่า
    • เงื่อนไขของทั้ง Short-Term Stream Visa และ Medium-Term Stream Visa
      • Work Experience ต้องมีประสบการณ์ทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 2 ปี
      • Labour Market Testing (LMT) คือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มีการโฆษณาหาพนักงานที่เป็นคนออสเตรเลียเข้ามาทำงานแล้วจริงๆ แต่ไม่สามารถหาได้เลยต้องสปอนเซอร์คนต่างชาติแทน
      • Minimum market salary rate นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงออสเตรเลียขั้นต่ำตามที่หน่วยงานของรัฐฯกำหนดไว้ที่ AUD$53,900/ปี (ประกาศตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2016)
      • ต้องมีเอกสารพวก Penal Clearance หรือ Police Check
      • Workforce และ Training requirement (อันนี้สำหรับนายจ้าง) คือตัวนายจ้างต้องมีประวัติโปร่งใส และมีการจ่ายค่า training ให้กับ Australian workers
Source: https://www.border.gov.au/WorkinginAustralia/Documents/abolition-replacement-457.pdf

FACT SHEET 2 สำหรับคนที่จะยื่น ENS Visa (subclass 186) และ RSMS Visa (subclass 187)

  1. การเปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน 2017 (ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2017) อันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ เหมือนตัว Fact Sheet 1 เลย ก็คือ ระบุพวกอาชีพที่ถูกตัดออก เปลี่ยนชื่อเรียก และจะมีการ review และ update ทุกๆ 6 เดือน
  2. การเปลี่ยนแปลงในเดือนกรกฎาคม 2017 (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2017) เหมือนเดิมค่ะในเรื่องของการ review สำหรับลิสต์อาชีพทั้ง STSOL และ MLTSSL แล้วก็จะมีเพิ่มเติมในเรื่องของผลสอบภาษาอังกฤษ และอายุอีกนิดหน่อย
    • English language requirement ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 ทุก band หรือเทียบเท่า
    • Age อายุสูงสุดสำหรับคนที่จะยื่นแบบ Direct Entry stream จะต้องไม่เกิน 45 ปี แต่สำหรับการยื่นแบบ Temporary Residence Transition stream ยังสามารถมีอายุไม่เกิน 50 ปี ณ วันที่สมัครได้ตามเดิม
  3. การเปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม 2017 (ภายในเดือนธันวาคม 2017 ก่อนวันที่ 31) อันนี้ก็เหมือน Fact Sheet 1 เป๊ะๆเลยค่ะ ในเรื่องของ TFN กับ ATO และการประกาศชื่อบริษัทที่ไม่โปร่งใส
  4. การเปลี่ยนแปลงในเดือนมีนาคม 2018 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 (น่าจะเป็นวันที่ 18 ตามประกาศจาก website ของอิมมิเกรชั่น)
    • For the ENS and RSMS visa คือ ต้องเป็นอาชีพในลิสต์ MLTSSL และเพิ่มเติมพวกอาชีพที่อยู่ในกลุ่มของ regional area สำหรับการทำ RSMS (เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้จากประกาศนะคะ อาจจะแปลได้ว่า เราจะยื่น PR ได้ก็ต่อเมื่อเป็นอาชีพที่อยู่ในลิสต์ MLTSSLเท่านั้น แต่ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม จัสตินจะมาอัพเดทเพิ่มให้ฟังในภายหลังค่ะ)
    • Minimum market salary rate นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงออสเตรเลียขั้นต่ำตามที่หน่วยงานของรัฐฯกำหนดไว้ที่ AUD$53,900/ปี (ประกาศตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2016) สำหรับอาชีพทั้ง 2 ลิสต์
    • Residency ต้องทำงานกับนายจ้างเดิม ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลาอย่างน้าย 3 ปี จากที่เมื่อก่อนทำแค่ 2 ปี
    • Work Experience ต้องมีประสบการณ์ทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี
    • Age ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปี ณ วันที่สมัคร
    • Training requirement (อันนี้สำหรับนายจ้าง) คือนายจ้างต้องจ่ายค่า training ให้กับ Australian workers
Source: https://www.border.gov.au/WorkinginAustralia/Documents/reforms-australia-permanent-employer-sponsored-migration-programme.pdf

เรื่องราวก็เหมือนจะจบลงเพียงเท่านี้ แต่ แต่ แต่ ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก กันอย่างต่อเนื่อง เพราะวันรุ่งขึ้นน้าค่อมและอิมฯก็ยังแสดงความดาร์คออกมาอีก ด้วยการประกาศร่างการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนเงื่อนไขในการทำ Australian Citizenship ให้มันยากขึ้นไปอี๊กกก ให้หลายๆคนได้อ้าปากค้างให้แมลงวันบินเข้าไปตอมอุจจาระในปากกันเป็นว่าเล่น เพราะไม่เพียงแค่ออกมาประกาศเท่านั้นนะสิ แต่ดั๊นนนบอกว่าให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ประกาศ (20 เมษายน 2017) อีกด้วย ถึงแม้จะบอกว่ายังไม่ผ่านสภาที่จะนำร่างนี้เข้าไปเสนอในช่วงสิ้นปี 2017 ก็ตามที

พอเขียนมาถึงตรงนี้ก็เริ่มงงกันแล้วใช่ไหมครับว่า "ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ทันที หรือว่าต้องรอถึงสิ้นปี กันแน่??" เดี๋ยวลองอ่านคำอธิบายตรงนี้ดู น่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง คือ ไอ้ประกาศตัวนี้เนี่ยะเหมือนเป็นประกาศออกมาเพื่อโยนหินถามทางก่อน เพราะรัฐบาลยังเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศตัวนี้ โดยเราสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นของเราได้ที่ citizenship.submissions@border.gov.au ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2017 หลังจากนั้นรัฐบาลจะนำมาพิจารณา และเสนอต่อรัฐสภาอีกครั้งในช่วงสิ้นปี ถ้าไม่ผ่านมติรัฐสภาก็รอด ใช้กฎเดิมสบายตัวกันไป แต่ถ้าผ่านก็จะมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ประกาศตามที่แจ้งไป เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่เห็นด้วยยังไงก็สามารถไปแสดงความคิดเห็นของตัวเองแล้วส่งไปยังอีเมลล์ที่บอกได้เลยครับ แต่กรุณาใจเย็นๆค่อยๆแสดงความคิดเห็นกันนะ อย่าใช้อารมณ์ใส่เขา พยายามคิดไว้ว่ามันต้องมีคนเห็นด้วยเขาถึงออกร่างการเปลี่ยนแปลงนี้มา ถ้าอยากจะได้ citizen จริงๆก็ทำตัวเหมือนหน้ากากทุเรียนไปก่อน เผื่อเขาจะเห็นใจในความตะมุตะมิละกัน แต่ถ้าสุดท้ายมันไม่ได้จริงๆก็ค่อยไปถล่มเขากันทีหลัง555 (อันนี้ไม่เอานะครับ น้าล้อเล่น) คราวนี้ก็มาดูเรื่องข้อประกาศที่ออกมาทั้งหมด 6 ข้อกันบ้างดีกว่า
  1. Increasing the general residence requirement คือ จะยื่น Australian Citizenship ได้ก็ต่อเมื่อถือ permanent residence (PR) เป็นเวลาอย่างน้อย 4 ปี
  2. Introducing an English language test ต้องมีผลภาษาครบทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ในระดับ competent หรือแปลง่ายๆ คือ เทียบเท่า IELTS 6.0 ทุก band
  3. Strengthening the Australian Values Statement อันนี้อารมณ์เหมือนประมาณว่าต้องแสดงความจงรักภักดี หรือทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมออสเตรเลีย อะไรประมาณนี้
  4. Strengthening the test for Australian citizenship อันนี้ก็เป็นข้อสอบที่ต้องสอบกันเหมือนเดิมนี่แหล่ะค่ะ ที่เพิ่มเติมคือความยากเท่านั้นเอง แล้วก็ถ้าสอบไม่ผ่าน 3 ครั้งจะต้องรอไปอีก 2 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สอบ หรือขอ Australian Citizenship ได้ใหม่
  5. Introducing a requirement for applicants to demonstrate their integration into the Australian community แสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในสังคมออสเตรเลีย รวมถึงการมีความประพฤติที่ดี มีประวัติที่ขาวสะอาดหมดจด ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องการละเมิดกฏจราจร ฯลฯ
  6. Strengthening the Pledge of commitment อันนี้ที่เข้าใจก็ไม่น่าจะมีอะไรมากสำหรับตัว Pledge of commitment ก็คืออารมณ์เซ็นเอกสารว่าจะจงรักภักดีตอนที่ได้รับ Citizenship Certificate
Source: https://www.border.gov.au/ReportsandPublications/Documents/discussion-papers/citizenship-paper.pdf

นี่ก็เป็นประกาศทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนเป็นเผือกร้อน ประเด็นร้าวที่น้าค่อมและชาวคณะได้ฝากรอยแผลเอาไว้ส่งท้ายเดือนเมษายนที่ผ่านมานะครับ ยังไงถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกน้าหนวดและทีมงาน CP Sydney office ก็จะมาแจ้งให้ทราบกันอีกนะครับ เพราะอย่าลืมว่าทุกๆวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี อิมฯจะมีการออกมาประกาศข้อเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเกี่ยวกับวีซ่าออสเตรเลียอีกครั้ง อันนี้ไม่ได้พูดให้ความหวังอะไรกันนะ อย่าเข้าใจน้าผิด

สุดท้ายนี้ น้าหนวดก็ขออนุญาตโปรโมทงานสัมมนา “ฟรี” ที่ทาง CP Sydney office จะจัดขึ้นในอนาคตอันใกล้ที่จะถึงนี้หน่อยละกัน
งานแรก Family Visa Seminar ที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งในส่วนของ Partner Visa, Child Visa, และ Parent Visa โดยจะแบ่งออกเป็น 2 วันด้วยกัน (ให้เลือกมาได้วันใดวันหนึ่งตามอัธยาศัย) ระหว่างวันพุธที่ 24 หรือวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 13.30-15.00 น. ส่วนสถานที่ก็คงไม่พ้นที่ออฟฟิศ หรือห้องสัมมนาภายในตึกของออฟฟิศนี่แหล่ะจร้าาา

งานที่ 2 Skilled Migration Seminar ที่เราจัดกันเป็นประจำทุกปีหลังประกาศการเปลี่ยนแปลงวีซ่าในวันที่ 1 กรกฎาคมจากทางอิมมิเกรชั่นตามที่ได้บอกไป โดยปีนี้เราจะจัดงานสัมมนาในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2017 ตั้งแต่เวลา  13.00-15.30 น. ส่วนสถานที่ก็คงจะเป็นห้องสัมมนาภายในตึกของออฟฟิศเช่นเคย...หากใครสนใจงานสัมมนาฟรีแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น Family Visa Seminar หรือ Skilled Migration Seminar ก็สามารถโทรเข้ามาสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ที่เบอร์โทร +61 2 9267 8522  หรือถ้าเป็นสาย social ก็สามารถส่งข้อความมาทาง CP Sydney Facebook Page ได้ที่ https://www.facebook.com/cpsyd/ เพื่อสำรองที่นั่งก็ได้นะจ๊ะ
สำหรับฉบับนี้ น้าหนวดขอลาไปก่อน หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ..รู้ว่าหัวข้อมันเครียด เลยพยายามเติมอะไรเพื่อเพิ่มเสียงหัวเราะให้ผู้อ่านได้คลายเครียดลงมาหน่อย ไม่โกรธกันนะจ๊ะ 😜
#น้าหนวด
#ด้วยความปรารถนาดีจากCPSydney